UFABETWINS

UFABETWINS ฟันเฟืองเล็กๆ ที่สำคัญต่อเครื่องจักรสีแดง

UFABETWINS  ในมุมหนึ่งของห้องแต่งตัวที่แอนฟิลด์…

ชายหนุ่มบนเสื้อหมายเลข 20 สีแดงเพลิง นั่งอยู่ตรงที่ประจำพร้อมกับในมือประคองแค่ขวดเบียร์เล็กๆ เขาละเลียดมันด้วยความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก ตาก็มองภาพแห่งการเฉลิมฉลองด้วยภาพที่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่

 

นั่นก็เพราะน้ำใสๆ ในดวงตาทั้งคู่ของเขากำลังรื้นริน มันคือสัญญาณบางอย่างที่กำลังบอกกับตัวเขาให้รู้ว่า “ช่วงเวลาแห่งการจากลา” เดินทางมาถึงแล้ว

 

“อดัม เดวิด ลัลลาน่า” ไม่ได้มีเชื้อสายเป็นชาวเมืองลิเวอร์พูลตอนกำเนิด แต่เลือดในตัวของเขาถูกย้อมให้เป็น เดอะ ค็อป ก็ตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเท้ามาถึงสนามแอนฟิลด์

 

ไม่มีใครในลิเวอร์พูลที่ไม่รักลัลลาน่า แม้เขาจะไม่ได้เป็นนักเตะเทวดาซึ่งรังสรรค์ผลงานสวยๆ จนขึ้นหิ้งตำนานของสโมสร ทว่า สิ่งที่เขาทุ่มเทให้กับทีมมาตลอด 6 ปี คือต้นเหตุของความรักที่เกิดขึ้น

 

“เขาคือ 1 ในคนที่กระตุ้นทีมในห้องแต่งตัวด้วยเสียงที่มีพลัง แม้ตอนนั่งสำรองที่ข้างสนามเขาจะไม่ค่อยพูด แต่ทุกๆ อย่างที่เขาทำ ที่เขาวางตัว มันคือแบบอย่างของมืออาชีพที่ทำให้นักเตะเยาวชนในทีมยกย่องเขาเป็นอย่างมาก” แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ออกโรงแสดงความเห็นถึงเพื่อนร่วมทีมคนนี้

 

ไม่เว้นกระทั่งโค้ชของทีมอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ “อดัมคือมืออาชีพที่น่าเหลือเชื่อ เขาอยู่ที่สโมสรและฝึกซ้อมด้วยการใส่ 100% ทุกครั้ง เขา 1 ในเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลที่สุดจากคุณภาพในการฝึกซ้อม เท่าที่ผมเคยคุมทีมมา”

 

ตลอด 6 ปีที่ลิเวอร์พูล ลัลลาน่าคว้าแชมป์กับทีมมากถึง 4 โดยแต่ละแชมป์ล้วนเป็นโทรฟี่ที่นักเตะชื่อดังหลายคนไม่เคยสัมผัสครบเท่าเขาด้วยซ้ำ

 

แชมป์พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสโมสรโลก

 

ขณะที่ผลงานในสนามก็ไม่ได้แย่อะไรเลย 178 นัด 22 ประตู 22 แอสซิสต์ และไม่เคยได้รับใบแดงเลยสักครั้ง

 

“มันเริ่มมีความเศร้าเข้ามาเกาะกุมในใจของผม แต่ผมจะมีแต่ความสุขและรอยยิ้ม เพราะนี่คือปีที่สโมสรของเราเต็มไปด้วยความสำเร็จ ผมจะทำให้วีคสุดท้ายของผมกับลิเวอร์พูลมีแต่รอยยิ้มในทุกๆ วัน” 

 

“มันถึงเวลาที่เราต้องแยกทางกันแล้ว แต่การเดินจากไปพร้อมเหรียญรางวัลมากมาย ความรักจากแฟนบอล ความทรงจำที่แสนวิเศษ ผมว่ามันก็พิเศษสำหรับผมมากพอแล้ว”

 

แม้จะเป็นเพียงฟันเฟืองตัวเล็กๆ แต่สำหรับทุกเครื่องจักร เราไม่สามารถขาดฟันเฟืองตัวไหนไปได้เลย แม้จะเป็นตัวเล็กที่สุดก็ตาม

 

ประตูตีเสมอปีศาจแดงในศึกแดงเดือด นอกจากจะช่วยเซฟแต้มให้กับทีมแล้ว มันยังคือประตูเดียวในฤดูกาลนี้ และเป็นประตูสุดท้ายของเขาในสีเสื้อลิเวอร์พูลอีกด้วย

 

คล้อยหลังจากวันสุดท้ายของฤดูกาลไม่นาน อดัม ลัลลาน่า เลือกย้ายไปอยู่กับไบรท์ตันฯ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทีมใหม่และคำอวยพรอย่างล้นหลามจากทีมเก่า

 

“ถึงจะมีส่วนร่วมในทีมไม่มาก แต่ผมก็มีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของลิเวอร์พูล”

 

และเชื่อว่า สโมสรลิเวอร์พูลเองก็มีความสุขเช่นกัน ที่ได้ร่วมงานกับนักเตะแบบลัลลาน่า

 

นักเตะที่ใช้ฝีเท้ามากกว่าฝีปาก

นักเตะที่เป็นมืออาชีพจนกลายเป็นแบบอย่างให้รุ่นน้อง

นักเตะที่เพื่อนร่วมทีมทุกคนรัก

 

นักเตะสำรองที่แฟนๆ ลิเวอร์พูล พูดถึงมากที่สุด และเอาใจช่วยจนถึงนาทีสุดท้ายบนเสื้อสีแดงเพลิงตัวนี้

 

ไม่ว่าสถานีสุดท้ายของลัลลาน่าจะไปจบลงตรงไหน แต่เขารู้ดีว่า ที่บ้านหลังใหญ่อย่างแอนฟิลด์ พร้อมเปิดประตูต้อนรับเขาอย่างให้เกียรติเสมอ แม้จะกลับมาในฐานะคู่แข่งก็ตามที.

ปีศาจแดงจะดีขึ้นในทุกๆแอเรียของทีม และจะทำให้เรามีศักยภาพที่สูงขึ้นอีกหลายเท่ามากๆ เพียงแค่เสริมทีมด้วยตำแหน่งเดียวเท่านั้นเอง นั่นก็คือกองหน้าตัวเป้า(Target Man) ที่จะพลิกให้ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญมากๆหากเราอยากจะคุยกันในเรื่องของการเสริมทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยุคปัจจุบันให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็ยังมีตำแหน่งต่างๆอยู่อีกมากมายที่เรายังขาดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกแบ็คอัพบรูโน่ เซ็นเตอร์แบ็คตัวใหม่ ปีกขวาที่จะเล่นด้านขวาจริงๆ มิดฟิลด์ตัวรับ แบ็คซ้ายเท้าซ้ายตัวเปลี่ยนลุคชอว์

แต่ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งที่อาจจะยังไม่ได้เป็นpriorityหลักๆของการเสริมทีม”ในปีนี้” แต่จริงๆแล้วหากว่าเรามีตัวลักษณะนี้เข้ามาในทีม ก็แทบจะเปลี่ยนโฉมหน้าของแมนยูชุดปี2019/20 อันดับ3ในลีกทีมนี้ จากทีมดาวรุ่งที่ยังมีจุดอ่อนอยู่

จะกลายเป็นเสือติดปีกที่เขี้ยวคมสุดๆไปในบัดดล และตำแหน่งที่ว่านั้นก็คือ “กองหน้าตัวเป้าในตำแหน่งNo.9 สไตล์Target Man”

ภาคการเล่นนะเฟ้ยไม่ใช่เบอร์เสื้อ!(ฮา)

เรื่องนี้เคยเขียนมาแล้วครั้งนึงแบบละเอียดยิบเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่นั่นคือในยามที่ทีมยังไม่ได้เป็นเหมือนตอนนี้ ยังไม่มีบรูโน่ แฟร์นันด์ส และโอดิออน อิกาโล่มาเข้าทีม และเราก็อยู่ในสภาวะปืนฝืดกันสุดๆ

ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป แมนยูไนเต็ดดูมีทรงมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีคนมาเชื่อมต่อและทำเกมรุกอยู่ตรงกลาง ทำให้ทุกอย่างมันมีกาวประสานจากแดนกลางไปแดนหน้าได้ดีมาก จนกระทั่งตอนนี้จบฤดูกาลแล้ว จากการที่ได้ดูผลงานที่ดีขึ้นของทีมอยู่ในตอนนี้ เมื่อมองหาข้อดีข้อเสีย เราก็ยังคงพบปัญหาอยู่เช่นเดิม แถมทีมปัจจุบันนี้ยิ่งทำให้จุดอ่อนเรื่องนี้ และความสำคัญของมันยิ่งชัดเจนขึ้นไปอีก

นั่นก็คือ ทีมเรายังต้องการ Target Man เข้ามาอยู่ดี แม้จะมีMartial กับ Ighalo แล้วก็ตาม

สองคนนี้ยังไม่ใช่Strikerที่เป็น “Real Target Man”

ถามว่าทำไม นั่นเป็นเพราะว่า Martialนั้นไม่ได้เล่นในลักษณะของ Target Man นั่นเอง แต่เขาคือกองหน้าตัวกลางที่เล่นในลักษณะของPoacherมากกว่า ซึ่งก็คือตัวค้ำชิงจังหวะ ฉีกหนีไลน์คู่แข่ง แล้วเข้าไปทำประตูด้วยความคมความเร็ว ใช่เลยมาร์กซิยาลคือกองหน้า(ตำแหน่ง)No.9ของทีมในลักษณะนี้

แต่ยังไงก็ตาม เขาไม่ใช่ Target Man หรือ “กองหน้าตัวเป้า” นั่นเอง

กองหน้าตัวเป้าลักษณะของมัน เคยเขียนไปบ่อยๆแล้ว เอาแบบง่ายสุดก็คือพวกชิรูด์ อิบราฮิโมวิช พวกนั้น และแน่นอน รวมถึงตัวที่หมดสัญญากับต้นสังกัดและสามารถไปเซ็นฟรีได้อย่าง”คาวานี่”อีกด้วยที่เล่นได้ทั้งTarget Man และแบบ Poacher

ตำแหน่ง”กองหน้าตัวเป้า” ทำอะไรได้บ้าง สรุปแบบง่ายสุดๆให้เห็นภาพก็คือ

— พักบอล เก็บบอลในแดนหน้า ซึ่งรวมถึงการรับบอลยาว และลูกกลางอากาศจากแนวหลังด้วย เป็นสิ่งที่Target Manทำได้ เนื่องจากจำเป็นต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่ง สูงใหญ่ และเล่นบอลโด่งได้ดี

— ดึงตัวประกบ สร้างช่องว่างให้ตัวรุกอื่นๆไม่ว่าจะเป็นกลางรุกหรือปีกกึ่งกองหน้า ได้มีช่องยิงได้ ดึงแนวรับคู่ต่อสู้ให้ฟอร์มแนวรับยากขึ้น เป็นตัวฝากบอลให้นักเตะเกมรุกคนอื่นๆได้ยิง

— ยิงประตูด้วยตัวเอง ข้อนี้สำคัญมากสำหรับการเล่นตำแหน่งนี้ เพราะมันคือตัวที่จะยืนค้ำอยู่ในโซนหน้าสุดของทีม ตรงหน้าปากประตูคู่ต่อสู้ และชื่อของมันก็บอกแล้วว่า เป็นตัวเป้า ดังนั้นเขาคือเป้าหมายของการส่งบอลจากทีมมาให้เพื่อจบสกอร์

คร่าวๆของTarget Man จะมีประมาณนี้ และคุณผู้อ่านก็จะเห็นได้เองว่า ในทีมตอนนี้เรามีกองหน้าในลักษณะนั้นอยู่เพียงแค่คนเดียวจริงๆ นั่นก็คือ Odion Ighalo แต่ปัญหาคือ โซลชานั้นมักจะไม่ค่อยเชื่อใจให้เขาลงเล่นเป็นตัวจริงเลย มักจะใช้แต่ในบอลถ้วยและเกมไม่สำคัญๆเท่านั้น และมักจะยึดโยงอยู่แค่สามประสานในแดนหน้าอย่าง หมาก แรช กรีนวู้ด เท่านั้นเอง

อิกาโล่เองก็ยังมีปัญหาอยู่สองด้าน ด้านนึงก็คืออายุเยอะแล้ว เรายืมตัวเขามาใช้เพื่อขัดตาทัพเป็นแบ็คอัพมาร์กซิยาลในระยะสั้นๆเท่านั้น รวมถึงอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ลูกกลางอากาศนั้น อิกาโล่ก็ไม่สามารถเล่นลูกหัวได้ดี

ดังนั้นเราจึงไม่สามารถมองอิกาโล่เป็นอาวุธสำคัญของทีมได้ในตอนนี้มากไปกว่าเป็นแบ็คอัพฝีเท้าดี ที่ต้องรอลุ้นให้โซลชาส่งลงบ่อยๆเท่านั้น

เมื่อเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่า ทีมยังคงต้องหาซื้อ Target Man ต่อไป จะมาบอกว่า เฮ้ย ไมไม่ซื้อปีกขวาก่อน ไม่ซื้อCBตัวใหม่มาก่อนหลังรั่วจะตาย ฯลฯ บทความนี้จั่วหัวเอาไว้ตั้งแต่บรรทัดแรกๆว่า มันยังไม่ใช่เป้าหมายหลักของการเสริมทีมในปีนี้ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้เราขาดกองหน้าลักษณะนี้ไหม

พูดได้เต็มปากเต็มคำว่า “โคตรขาด”

สาเหตุที่พูดว่าโคตรขาดนั้นเป็นเพราะว่า เมื่อเราได้ดูทีมชุดนี้พัฒนาขึ้นมาในทิศทางที่ถูกต้อง ยิ่งเล่นมากเท่าไหร่ เรายิ่งเห็น”สิ่งที่ขาด” ในทีมนี้เยอะเท่านั้น หากเปรียบเทียบกับทีมชั้นยอดอื่นๆในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นบาเยิร์นมิวนิค ปารีส บาร์ซ่ามาดริด ยูเว่ และซิตี้กับลิเวอร์พูล ทีมพวกนี้ล้วนแล้วแต่ “แกร่งทั่วทั้งแผ่น” กันหมดทุกทีม

คำว่าแกร่งทั่วแผ่น มันหมายถึงว่า ทุกๆแอเรียของทีมพวกเขามันมีอาวุธพร้อมใช้งานในทุกด้านนั่นเอง ซึ่งเมื่อมองดูแมนยูไนเต็ดตอนนี้แล้วเรามีอะไรบ้าง

-เรามีบอลสั้นเร็วจากบรูโน่ มีการวางบอลยาวจากป็อกบา

-มีเกมสั้นวันทูเข้าไปยิง & เรียกจุดโทษ(ฮา) จากมาร์กซิยาล แรชฟอร์ด และการสอดมายิงของกรีนวู้ด

-มีเกมริมเส้นข้างเดียวฝั่งซ้ายจากลุค ชอว์ ซึ่งก็มาๆหายๆ เจ็บทีนึงก็นานต่ำๆเป็นเดือนๆทั้งสิ้น ส่วนขวาพิการ ง่อยสนิท (=0.5)

-มีการตั้งเกมจากแดนหลัง เน้นการครองบอลเพื่อทำเกมบุก

เนี่ย นึกออกเท่าเนี้ย แมนยูยุคนี้

เพิ่มเติม  >>>  https://www.ufabetwins.com/

คลิกเลย  >>>    https://shreveportcaddoudc.com/